ขอบคุณภาพจาก Dusit Thani Hotels & Resorts

          “เมษาฯ ทีไร.. จิตใจว้าวุ่น...!!!” (^_^) ตึกโป๊ะ..!! อิอิอิ ไม่ใช่ชื่อภาพยนตร์ที่ไหนหรอกนะครับ แต่เป็นมุกเรียกรอยยิ้มต้อนรับเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย กับประเพณี “สงกรานต์” (วันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี) ซึ่งอาจโดนใจใครหลายคนในช่วงวันหยุดย๊าวยาวเช่นนี้ แหมๆๆๆๆ ก็จะไม่ให้ว้าวุ่นได้ไง ในเมื่อ...
          แผนการสาดน้ำ...ต้องมี
          แผนการท่องเที่ยว...ต้องมา
          แผนการ “ลา”...ต้องพร้อม (แผนสุดท้ายนี่สำคัญสุดแระ..5555)

          คือ ทุกอย่างต้องเซตไว้อย่างลงตัวเป๊ะๆ จะได้พักผ่อนชาร์จแบตเตอรี่ให้กับชีวิตแบบเต็มเหยียด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปีกันเลยทีเดียว..!! (ฟังดูดี๊..ดูดี อ่ะ)

         เมื่อพูดถึงประเพณี “สงกรานต์” หลายๆ ท่านคงจะนึกถึงการเล่นสาดน้ำอย่างสนุกสนานของบรรดาหนุ่มสาวทั้งชาวไทย ชาวเทศ ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์สำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก!! ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทยทุกปี (หลักแสนล้านบาท)

         และเมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดกระแส “ดราม่าสงกรานต์” ขึ้นในโลกออนไลน์ เมื่อประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราใน AEC อย่าง “สิงคโปร์” ได้เล็งเห็นถึง “บร๊ะลานุภาพ” (พลานุภาพระดับบร๊ะเจ้า...!!) ดังกล่าวนี้ของประเพณีสงกรานต์ ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่ “ร้อนระอุ” เสียยิ่งกว่าอากาศเดือนเมษาฯ พี่สิงคโปร์เขาจึงปิ๊งไอเดีย จัดงานเทศกาลสาดน้ำสงกรานต์ขึ้นเป็นครั้งแรกในสิงคโปร์ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากสัมผัสประสบการณ์เล่นสาดน้ำสงกรานต์ (แบบที่ไม่ต้องพะวงกับการหาที่หลบกระสุนปืน ลูกระเบิด หรือเอ็ม79..!! (>_<))



ภาพที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์งานสงกรานต์ ครั้งแรกในสิงคโปร์ จัดโดยบริษัท JBozz Consultants
ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีการยกเลิกกิจกรรมการสาดน้ำ เหลือเพียงมหกรรมดนตรี และการแสดง

         ดูจากแนวคิดของสิงคโปร์... มันก็พอฟังได้อยู่นะครับ ...แต่ประเด็นที่จุดกระแสดราม่าสงกรานต์ให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง สั่นสะเทือนวงการเว็บบอร์ดไทย จนเกือบลุกลามกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ นั่นก็คือการที่บริษัทผู้จัดงานฯ ใช้คำโฆษณาตัวเป้งๆ ว่า “SONGKRAN”  ซึ่งตรงกับคำว่าสงกรานต์ในภาษาไทย นั่นต่างหาก ที่ทำให้บรรดาชาวเน็ตสัญชาติไทยบางส่วนเกิดความรู้สึกว่า “ความเป็นไทยของข้าพเจ้านั้นได้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์เสียแล้ว..!!!” (ฮึ่ย...ขนาดนั้นเรยหราาาา..?)

         สิ่งที่ปรากฏตามมา ก็คือการแสดงความคิดเห็น และความรู้สึก ที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ยอมรับได้...บ้างก็ยอมรับไม่ได้... ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา บนพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกบ้าง ผิดบ้าง...!! แต่ที่หนักหน่อย และมีอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว คือคนไทยที่เข้าใจผิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการประกาศวันหยุดยาวๆ แล้วเอาน้ำมาสาดใส่กัน (ยังมีคนแบบนี้อยู่อีกหราาาา..??? (>_<)) ทั้งที่จริงๆ แล้ว..ชนชาติอื่นเขาก็มีประเพณีที่มีลักษณะคล้ายกันนี้เช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้เรียกว่าสงกรานต์เท่านั้นเอง



ตัวอย่างการแสดงความเห็น ความรู้สึก ของชาวเน็ตท่านหนึ่งที่โพสต์ลงในเว็บไซต์
Pantip.com และมีคนไทยตามเข้ามาดราม่ากันยาวเหยียด..!!!

         ดังนั้น ก่อนที่จะมีคนไทยเข้าใจอะไรแบบผิดๆ ออกมาปลุกระดมมวลมหาประชาไทย จนเกิดเป็นม็อบ “ทวงคืนสงกรานต์”...(ป้าด...ว่าเข้าไปนั่น) ผมจึงขอนำ “แบบทดสอบความเป็นไทย ชุด ประเพณีสงกรานต์" มาให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ลองทำกันเล่นๆ เพื่อทดสอบว่าพวกเราสมควรเรียกตัวเองว่าเป็น “คนไทย” ผู้มีความรู้ ความเข้าใจในประเพณีสงกรานต์ของไทยอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่..?? (คนไทยรึป่าาาาาว..??? ยืมสำเนียงพี่แอ๊ด คาราบาว ^_^)

         ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบทดสอบนี้จะช่วยให้ท่านผู้อ่านเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์อันเป็น “อัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย” มากยิ่งขึ้น ตลอดจนแบ่งปันให้แก่บุคคลที่อยู่รอบข้าง เพื่อให้ช่วยกันถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์สู่คนรุ่นหลังอย่างครบถ้วน มิใช่ปล่อยให้พวกเขามัวแต่หลงเพลิดเพลินไปกับความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำใส่กัน จนลืมไปแล้วว่า “แก่นแท้” และ "คุณค่า" อันงดงามของประเพณีซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษของพวกเราสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานนี้ คืออะไร..?

         เอาล่ะ...พวกเราลองมาวัดระดับ "ความเป็นไทย" ว่าด้วยความรู้ ความเข้าใจ ในประเพณีสงกรานต์กันเถอะ..!!!!! (ชวนเพื่อนๆ มาลองกันเยอะๆ นะครับ)


-------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบความเป็นไทย
ชุด ประเพณีสงกรานต์ (ฉบับนาย Smile Kong)

-------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :
     - กรุณาเตรียมกระดาษ ปากกา ให้พร้อมสำหรับการทำแบบทดสอบ
     - เลือกคำตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
     - คำตอบในแต่ละข้อ (ก - ง) จะมีคะแนนแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 0, 1, 2 และ 3 คะแนน
     - เมื่อรวมคะแนนเรียบร้อยแล้ว กรุณาโพสต์แจ้งระดับความเป็นไทยของท่านตามความเป็นจริง (^_^) 5555
     - ผู้ที่สอบตก กรุณาเผยแพร่แบบทดสอบนี้แก่เพื่อนอย่างน้อย 10 คน สังคมไทยพร้อมให้อภัยท่านเสมอ...!!!!!


1. คำว่า “สงกรานต์” หมายความว่าอะไร..?
        ก. การเปลี่ยนเข้าสู่เดือนใหม่
        ข. การเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์
        ค. การใช้น้ำประพรมสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
        ง. เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวไทย


2. เพราะเหตุใด “เทศกาลสงกรานต์” จึงตรงกับวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายน ของทุกปี..?
        ก. เพราะ เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนของไทยในอดีต
        ข. เพราะ รัฐบาลไทยประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในช่วงดังกล่าว
        
ค. เพราะ ตรงกับช่วงวันที่จะมีการเปลี่ยนศักราชใหม่ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์
        ง. เพราะ เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูการผลิตของเกษตรกรชาวไทยในอดีต


3. ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับวันทั้ง 3 ในเทศกาลสงกรานต์..?
        ก. “วันมหาสงกรานต์” เป็นวันที่อากาศร้อนที่สุดของปี
        ข. วันที่ 14 เมษายน ตรงกับ “วันครอบครัวแห่งชาติ” ของไทย
        
ค. “วันเถลิงศก” เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย
        ง. ชื่อวันทั้ง 3 ตั้งขึ้นตามการเคลื่อนตำแหน่งของดวงอาทิตย์


4. เหตุใดจึงใช้ “น้ำ” เป็นองค์ประกอบหลักในประเพณีสงกรานต์..?
        
ก. เป็นสัญลักษณ์ หรือตัวแทนในการแก้กันกับความหมายของฤดูร้อน
        
ข. เป็นทรัพยากรที่หาได้ง่าย และมีปริมาณมากของประเทศไทยในอดีต
        ค. เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นเป็นสุข ใช้แสดงความเคารพ และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
        
ง. สร้างความชุ่มชื่น ช่วยคลายความร้อนจากสภาพภูมิอากาศในช่วงเดือนเมษายน


5. นอกจาก “สงกรานต์” แล้ว ยังมีเทศกาลอื่นในโลกที่ใช้น้ำสาดใส่กันอีกหรือไม่..?
        
ก. “มี” กลุ่มประเทศยุโรปกลาง มีเทศกาล “Wet Monday” ใช้น้ำเพื่อชำระบาป
        ข. “มี” อินเดีย มีเทศกาล Holi (โฮลิ) ที่มีการ “สาดสี” ซึ่งอาจเป็นต้นกำเนิดของสงกรานต์
        
ค. “มี” พม่า มีเทศกาล “เหย่บะแวด่อ” ที่ใช้ “น้ำซาวข้าว” ประพรมใส่กันตามความเชื่อ
        
ง. “มี” กัมพูชา มีเทศกาล “โจล ชนัม คแม” ซึ่งชาวกัมพูชาจะทำบุญใส่บาตรช่วงเช้า ก่อนจะเล่นสาดน้ำในช่วงบ่าย


6. กิจกรรมใดเกี่ยวข้องกับประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิม..?
        ก. “สาดน้ำ” ใส่กันอย่างเมามันส์ และใช้การ “ประแป้ง” เพื่อฉวยโอกาสในการล่วงละเมิดทางเพศ
        
ข. “ทำบุญตักบาตร - สรงน้ำพระ” เพื่อความเป็นศิริมงคลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทย
        
ค. “ก่อเจดีย์ทราย” ตามความเชื่อว่าเป็นการคืนทรายให้แก่วัด
        ง. “รดน้ำดำหัว” เพื่อแสดงความเคารพต่อบุพการี และเพื่อขอพร หรือขอขมาต่อผู้มีพระคุณ


7. ข้อใดคือคุณค่า และความสำคัญของวันสงกรานต์..
?
        ก. เป็นเทศกาลที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล
        
ข. เป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา
        ค. เป็นวันหยุดยาวเปิดโอกาสให้ทุกคนได้กลับไปยังถิ่นฐานบ้านเกิด หรือไปเยี่ยมบุพการี
        ง. เป็นเทศกาลแห่งความบันเทิง กิน ดื่ม เที่ยว และเป็นโอกาสในการล่วงละเมิดทางเพศ


-------------------------------------------------------------------------------------
เฉลย พร้อมคำอธิบาย
เฉลยข้อ 1 : ก. 2 /  ข. 3  /  ค. 0  /  ง. 1 คะแนน

ความหมายของสงกรานต์

          คำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า "ก้าวขึ้น" หรือ "ผ่าน" หรือ "เคลื่อนย้าย" หมายถึง การเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งเข้าไปอีกราศีหนึ่ง เช่น เคลื่อนจากราศีพฤกษภไปสู่ราศีเมถุน ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกเดือน เรียกว่าสงกรานต์เดือน ยกเว้นว่าเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใดก็ตาม จะเรียกชื่อเป็นพิเศษว่า "มหาสงกรานต์" อันหมายถึงการก้าวขึ้นครั้งใหญ่ ซึ่งนับเป็นครั้งสำคัญ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ตามคติพราหมณ์ โดยการนับทางสุริยคติ ซึ่งจะตกในราววันที่ 13, 14 หรือ 15 เมษายน



เฉลยข้อ 2 : ก. 0 /  ข. 1  /  ค. 3  /  ง. 2 คะแนน

ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ และการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่ของไทย

          ในสมัยโบราณ ชาวไทยเราถือเอา วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็น วันขึ้นปีใหม่ โดยคนสมัยก่อนจะถือว่าฤดูเหมันต์ (ฤดูหนาว) เป็นการเริ่มต้นปี ซึ่งจะตกอยู่ราวปลายเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ต่อมาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ ซึ่งมีรากเหง้ามาจากการสังเกตธรรมชาติและฤดูการผลิต วันปีใหม่จึงเปลี่ยนเป็น วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 หรือประมาณเดือนเมษายน อันเป็นการนับปีใหม่ตามเกณฑ์จุลศักราช โดยเมื่อคำนวณตามหลักโหราศาสตร์แล้ว มักจะตรงกับช่วงวันที่ 13 - 15 เมษายน ของทุกปี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเฉลยข้อ 3)

          ต่อมาในปี พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่งเป็นการนับทางสุริยคติแทน จวบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2483 รัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็ได้ประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ อันเป็นการนับปีใหม่แบบสากลนิยม ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน
   


เฉลยข้อ 3 : ก. 0 /  ข. 1  /  ค. 2  /  ง. 3 คะแนน

การเรียกชื่อวันในเทศกาลสงกรานต์

          วันในเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย วันมหาสงกรานต์, วันเนา และวันเถลิงศก เกิดจากการคำนวณตามหลักโหราศาสตร์เกี่ยวกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนผ่านราศีต่างๆ ซึ่งหากดูตามประกาศสงกรานต์ และการคำนวณตามหลักโหราศาสตร์อย่างละเอียด ก็จะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง เช่น วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ 13 หรือ 14 เมษายน (ปี 2557 นี้ตรงกับวันที่ 14 เมษายน) แต่เพื่อให้จดจำได้ง่าย จึงมีการกำหนดเรียกตามความหมายดังต่อไปนี้

                วันมหาสงกรานต์ : หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้วจนครบ 12 เดือน (มักตรงกับวันที่ 13 เมษายน)

                วันเนา : คำว่า “เนา” แปลว่า “อยู่” หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เข้าเคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอันเป็นราศีตั้งต้นปี เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว (มักตรงกับวันที่ 14 เมษายน ซึ่งรัฐบาลไทยประกาศให้เป็นวันครอบครัวแห่งชาติ)

                วันเถลิงศก : คำว่า “เถลิง” เป็นคำที่แผลงมาจากคำว่า “เฬิง” ในภาษาเขมร แปลว่า ขึ้น, ส่วนคำว่า “ศก” แปลว่า ปี, ดังนั้นจึงถือเอาวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นวันเริ่มปีศักราชใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าดวงอาทิตย์โคจรขาดจากราศีมีนมาสู่ราศีเมษแล้วอย่างน้อย 1 องศา (มักตรงกับวันที่ 15 เมษายน)



เฉลยข้อ 4 : ก. 3 /  ข. 0  /  ค. 2  /  ง. 1 คะแนน

การใช้ “น้ำ” ในพิธีกรรมต่างๆ ของประเพณีสงกรานต์

          ความเชื่อดั้งเดิมของชาวไทย จะใช้ “น้ำ” เป็นองค์ประกอบหลักในพิธีกรรมต่างๆ ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ นอกจากนี้ยังใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น ขอพรจากผู้ใหญ่ ตลอดจนใช้เพื่อรำลึก และแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ

          ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ สงครามน้ำ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ



ข้อ 5 : ก. 2 /  ข. 3  /  ค. 0  /  ง. 1 คะแนน

เทศกาลของชนชาติต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับ “สงกรานต์”

          นอกจากบ้านเราแล้ว ชนชาติอื่นเขาก็มีประเพณี หรือเทศกาลที่คล้ายคลึงกับสงกรานต์เช่นกัน ลำพังแค่เฉพาะภูมิภาคต่างๆ ในไทย (ภาคเหนือ, ใต้, ออก, ตก) ก็ยังมีลักษณะของประเพณีสงกรานต์ที่แตกต่างกันไปไม่เหมือนกันซะทีเดียว และหากค้นหาข้อมูลโดยละเอียดจะพบว่ามีชนชาติอื่นอีกมากมายที่มีประเพณีในลักษณะที่คล้ายกันนี้ ซึ่งผมจะขอหยิบยกมาเพียงบางส่วน ดังต่อไปนี้

          เทศกาล “Wet Monday” ในกลุ่มประเทศยุโรปกลาง


                   ประเทศในกลุ่มยุโรปกลาง อาทิ โปแลนด์ เช็ค สโลวาเกีย และยูเครน จะมีเทศกาล Wet Monday ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงวันที่สองของเทศกาลอีสเตอร์ โดยการใช้น้ำเพื่อชำระล้างบาปให้แก่กันในโอกาสต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง ตามความเชื่อของผู้นับถือศาสนาคริสต์ จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศโปแลนด์


          เทศกาล “Holi (โฮลิ)” ในประเทศอินเดีย


                   ประมาณช่วงกลางเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีเทศกาล Holi เป็นเทศกาลเริ่มในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงจากหนาว เป็นอากาศร้อน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกาย และจิตใจของมนุษย์ เพราะเมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนจากหนาวมาเป็นร้อน ผู้คนก็จะเริ่มล้มป่วยกันมากขึ้น คนอินเดียโบราณจึงได้แฝงเอาธรรมชาติบำบัดเอาไว้ โดยใช้ผงสีที่สกัดจากพืช และพืชสมุนไพรตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีคราม สีเขียว มาโปรยใส่กันเพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีข้อสันนิษฐานจากนักวิชาการหลายท่านว่าเป็นต้นกำเนิดของประเพณีการสาดน้ำของชนชาติต่างๆ ในอุษาคเนย์


          เทศกาล “เหย่บะแวด่อ” ในพม่า


                   เทศกาล "ตะจังเหย่ตะเบงบะแวด่อ" หรืออาจเรียกสั้นๆ ว่า “เหย่บะแวด่อ” 
(คำว่า เหย่ แปลว่า "พิธีน้ำ" ส่วนบะแวด่อแปลว่า “เทศกาล” ) เป็นเทศกาลฉลองที่คล้ายกับสงกรานต์ของไทย โดยรัฐบาลพม่าได้ประกาศเป็นวันหยุดแห่งชาติ ซึ่งจะหยุดติดต่อกันนานถึง 10 วัน ขนมประจำสงกรานต์ที่นี่ คือ ขนมต้ม หรือ ม่งโลงเหย่บ่อ และมี ประดู่ หรือปะเด้าก์เป็นดอกไม้ประจำเทศกาล

         

          แต่เดิมชาวพม่านั้นเขาเล่นน้ำกันอย่างนุ่มนวลโดยการประพรมน้ำจากขันเงินด้วยใบหว้าซึ่งเป็นไม้มงคล มีงานฉลองรื่นเริงในโอกาสขึ้นปีใหม่ ผู้คนเข้าวัดทำบุญ แต่ระยะหลังก็ได้มีการเล่นสาดน้ำแบบแผลงๆ เช่นเดียวกับในไทย ทางการพม่าจึงสั่งห้ามไม่ให้มีเล่นสาดน้ำที่รุนแรง โดยกำหนดโทษหนักถึงขั้นจำคุก และพบว่าเคยมีผู้ทำผิดถูกประจานทางหนังสือพิมพ์ โดยระบุถึงชื่อพ่อแม่ของผู้กระทำผิดให้รับรู้ทั่วประเทศด้วย..!!!!!! (แรว๊งงงงอ่ะ...!!!)


          เทศกาล “โจล ชนัม คแม” ในกัมพูชา


                   “โจล(เข้า) ชนัม(ปี) คแม(เขมร)” จัดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวของชาวกัมพูชา ในแต่ละปีรัฐบาลกัมพูชาอาจจะกำหนดให้จัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 หรือ 14 - 16 เมษายน โดยมีกิจกรรมคล้ายๆ กับสงกรานต์ของไทย แบ่งเป็น 3 วัน วันแรกชาวบ้านจะไปทำบุญตักบาตร มีการขนทรายเข้าวัดเพื่อเตรียมก่อพระเจดีย์ทราย วันที่สองเป็นวันของครอบครัว พ่อแม่ลูกและญาติพี่น้องจะมารวมตัวกัน อาจจะมีการให้ของขวัญกันเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ด้วย ในช่วงค่ำก็จะมาร่วมกันก่อพระเจดีย์ทราย ส่วนในวันที่สาม จะมีการละเล่นรื่นเริงต่างๆ สรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล



ข้อ 6 : ก. 0 /  ข. 2  /  ค. 2  /  ง. 2 คะแนน

กิจกรรมในวันสงกรานต์ของประเทศไทย

          - การทำบุญตักบาตร ถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง อุทิศให้แก่ผู้อื่น ตลอดจนผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

          - การสรงน้ำพระ คือ การรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน ที่วัด หรือตามสถานที่ต่างๆ ด้วยความเคารพ สักการะ สร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และถือยังเป็นโอกาสในการทำความสะอาดพระพุทธรูปสักครั้งในหนึ่งปี นำไปสู่ความเชื่อเรื่องการทำความสะอาดวัดและบ้านเรือนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

          - การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ คือ การไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณ คำว่า “ดำหัว” เป็นคำเมืองทางภาคเหนือ การดำหัวเรียกกันเฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ เพื่อขอพร หรือขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หลังจากนั้นจึงเป็นการรดน้ำให้แก่ญาติสนิท มิตรสหาย และผู้ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

          - การก่อพระเจดีย์ทราย เป็นกิจกรรมจากความเชื่อของคนในสมัยก่อนที่มีเรื่องเล่าขานกันว่าทุกคนเมื่อเข้าวัดมาแล้วเวลาเดินออกจากวัด จะมีเม็ดทรายติดเท้าออกไปด้วย ดังนั้น จึงต้องนำทรายมาคืนให้แก่วัด จนกระทั่งก่อให้เกิดประเพณีขนทรายเข้าวัด และก่อเป็นพระเจดีย์ทรายนั่นเอง



ข้อ 7 : ก. 1 /  ข. 3  /  ค. 2  /  ง. 0 คะแนน

คุณค่าของประเพณีสงกรานต์

              - คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้เกิดความรักความผูกกกพันในครอบครัว เช่น สมาชิกในครอบครัวมาทำบุญร่วมกัน ลูกหลานมารดน้ำขอพรจากพ่อแม่เพื่อเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่

              - คุณค่าต่อชุมชน เป็นวันที่ก่อให้เกิดความสมัครสมานในชุมชน เช่น การได้มาพบปะสังสรรค์ ทำบุญร่วมกันในวัด ชมการละเล่นสนุกสนาน หรือเล่นสาดน้ำในหมู่เพื่อนฝูง คนรู้จักด้วยมิตรไมตรี

              - คุณค่าต่อสังคม เป็นประเพณีที่ก่อให้เกิดความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ของตนให้สะอาดหมดจดเพื่อต้อนรับปีใหม่ด้วยความแจ่มใส เบิกบาน หรือช่วยทำความสะอาดสาธารณสถานต่าง ๆ ไม่ว่าวัดวาอาราม อาคารสถานที่ราชการ เป็นต้น

              - คุณค่าต่อศาสนา การทำบุญ ตักบาตรเลี้ยงพระ ฟังเทศน์ สรงน้ำพระ ปฏิบัติธรรมหรือปล่อยนกปล่อยปลา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและเป็นการปฏิบัติที่นำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตทั้งสิ้น


-------------------------------------------------------------------------------------
ระดับความเป็นไทย จากคะแนนที่ทำได้

                   0 - 4    : มนุษย์ต่างดาวปลอมตัวมา

                    5 - 8    : ไทยกะโหลกกะลา

                    9 - 12  : ไทยฉาบฉวย
                   13 - 16 : ไทยพอเพียง

                   17 - 19 : ไทยแท้

                   20 เต็ม  : ไทยตัวพ่อ/ ไทยตัวแม่

ใครได้คะแนนเท่าไหร่?..เป็นคนไทยแบบไหน?..โพสต์บอกกันบ้างเน้อ..(^_^)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ไทยพอเพียงเหมือนกันเลยค่ะ :)
เราไทยพอเพียงอะ ได้ 14

#1 By roku-san on 2014-05-12 20:24

สาวน้อย รัลลญา View my profile

Recommend