ช่วงนี้ได้ยินแว่วๆ ว่ามีคนออกมาขอรับบริจาคฟิล์ม X-ray เพื่อจะเอาไป
“ไฝว้” กับกระสุนปืน”...!?!

ฮึ่ย!ฟิล์ม X-ray แผ่นบางๆ จะกันกระสุนได้จริงหรือ?

วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ชาว PLA-TU ได้รู้ลึก รู้จริง ก่อนจะเอาไปไฝว้กะใครนะค้าบ


(เว็บ "พจนานุเกรียน" ระบุไว้ว่า “ไฝว้” เป็นคำที่วัยรุ่นขาโจ๋ใช้ท้าตีท้าต่อยกะชาวบ้าน
มีที่มาจากคำว่า "ไขว้" หมายถึง การแลกหมัดกัน หมัดต่อหมัด ตัวต่อตัว แต่เนื่องจาก
วัยรุ่นมักออกเสียงเพี้ยน จาก "ข/ค" เป็น "ฝ/ฟ" เช่น ควาย-->ฟาย, แขวน-->แฝน,
ไขว้-->ไฝว้ อะไรแบบนี้, นอกจากนี้ยังอาจมีที่มาจากคำว่า Fight ที่แปลว่าต่อสู้ )



ก่อนจะเอาอะไรไป “ไฝว้” กะชาวบ้าน ต้องทำความรู้จักเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ของเราอย่างถ่องแท้ และลึกซึ้ง เสียก่อนนะครับ ว่ามีคุณสมบัติอะไร...ใช้งานอย่างไร ...จะได้วางกลยุทธการ “ไฝว้” อย่างเหมาะสมไงครับ...อิอิอิ
 


มารู้จักกับฟิล์ม X-ray ก่อนจะเอาไป “ไฝว้” กะลูกปืน…!!!


เริ่มกันที่ “ฟิล์ม X-ray” ที่วงการแพทย์บ้านเรานิยมใช้กันอยู่นะครับ จริงๆ แล้วมีมากมายหลากหลายชนิดครับ แต่ชนิดที่ใช้ส่องดูอาการแขนหัก ขาหัก หรืออวัยวะอื่นๆ ที่เราเห็นกันทั่วไปนั้นเรียกว่า  “ฟิล์มที่ต้องใช้การสกรีน” (Screen type film) ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. ฟิล์มอิมัลชั่นด้านเดียว (Single emulsion x-ray film) : ให้ภาพความละเอียดปานกลาง ใช้ฉายภาพอวัยวะ และกระดูกทั่วไป

2. ฟิล์มอิมัลชั่นสองด้าน (Double emulsion x-ray film) : ให้ภาพความละเอียดสูง นิยมใช้ ในการฉายภาพกระดูกระยางค์ (Extremities) และภาพเอกซเรย์เต้านม (Mammography)

 
ทำไมฟิล์ม X-ray จึงมีความหนา เหนียว ทนทาน กว่าฟิล์มทั่วไป???

นอกจากความสามารถในการใช้งานภายใต้กระบวนการฉายรังสีแล้ว โครงสร้างของแผ่นฟิล์ม X-ray ยังถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงพอที่จะสามารถทนต่อแรงกดทับ แรงดึง ตลอดจนความร้อนที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการล้างฟิล์มโดยเครื่องล้างอัตโนมัติได้



ดังนั้น แผ่นฟิล์ม X-ray จึงประกอบด้วยชั้นฟิล์มต่างๆ ตามโครงสร้าง ดังต่อไปนี้
 

ชั้นเคลือบ (Supercoat) : ทำจากเจลาติน (Gelatin) ผสมกับสารหล่อลื่น (Lubricant) ทำให้มีความยืดหยุ่นและมันวาว ช่วยไม่ให้เกิดรอยขูดขีด หรือยับย่น

ชั้นอิมัลชัน (Emulsion) : เป็นชั้นที่ทำให้เกิดภาพ ทำจากผลึกเงินโบรไมด์ (AgBr) ที่ไวต่อแสง ผสมกับเจลาตินเติมด้วยสีย้อมสีม่วงแดง (Magenta dye) เพื่อลดการผิดเพี้ยนของภาพ

ชั้นยึดติด (Adhesive layer) : ทำจากเจลาติน มีหน้าที่ยึดติดระหว่างชั้นอิมัลชัน กับชั้นฐานเข้าด้วยกัน และป้องกันการเสียหายจากการโค้งงอโดยไม่ตั้งใจ

ชั้นฐานของฟิล์ม (Film base) : ทำขึ้นจากโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ที่มีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และทนความร้อนได้ระดับหนึ่ง

ชั้นต้านรอยพร่ามัว (Antihalation backing) : มีเฉพาะในฟิล์มชนิด Single emulsion x-ray film เพื่อป้องกันไม่ให้แสงสะท้อนกลับมายังด้านหน้าของฟิล์ม ทำให้ได้ภาพความละเอียดสูง
 
 
แล้วตกลง..ฟิล์ม X-ray สามารถป้องกันกระสุนได้จริงป่ะ…?

จากการค้นคว้ามาเป็นแรมเดือน ศึกษางานวิจัย และอ่านบทความที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ชิ้น ทำให้ผมทราบว่า หากนำเอา ฟิล์ม X-ray มาวางกั้นระหว่าง ปืน กับ อาสาสมัคร (พี่หัวแตงโม) แล้วลั่นไก จะพบว่าเกิดรู 2 แห่งครับ แห่งแรก คือ “รูเล็กๆ” บนแผ่นฟิล์มครับ...ส่วนอีกแห่งหนึ่ง ก็คือ “รูโบ๋ใหญ่เบ้อเริ่ม” บนหัวพี่แตงโมไงครับ...!?!?!?
 
ใช่แล้วครับ ก็เด๊ดสมอลเร่ 100% น่ะซี๊ ...ปัดโธ่วววว์  ฟิล์มบางๆ 1 แผ่น หนาแค่ 0.018 มิลลิเมตร จะไป “ไฝว้” กับกระสุนได้ไงล่ะครับ แหม...ทำไปด้าาาาย!!!

 
แล้วถ้าเป็นฟิล์ม X-ray จำนวน 100 แผ่นล่ะ...เอาอยู่ไหม?

อืม...อันนี้สิ พอจะมีลุ้นครับ เพราะจากการศึกษาข้อมูล พบว่ามีพี่ๆ “ตำรวจไทย” เขาสามารถคิดค้นนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุนที่ทำจากฟิล์ม X-ray ได้แล้ว โดยสามารถป้องกันกระสุนปืนพกได้ทุกชนิด ซึ่งบางท่านอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้วกับสุดยอดนวัตกรรมแห่งวงการตำรวจไทย... “เสื้อเกราะพระเจ้าตาก~ก~ก~ก~ก~!!! (เสียงเอคโค่)”


แต่เดี๋ยวก่อนครับ… ที่บอกว่า 100 แผ่นน่ะ ไม่ใช่แค่เอาแผ่นฟิล์มมาวางประกบกัน 100 แผ่น แล้วจะสามารถเอาไปรับกระสุนกันตามใจชอบนะครับ... เดี๋ยวก็ได้ หัวแบะ ปอดทะลุ กันพอดี..!!! กว่าจะป้องกันกระสุนได้มันต้องมีขั้นตอนและวัสดุอื่นๆ มาประกอบอีกมากมายนะครับ

โดยเราจะตามไปดูกันว่า กว่าจะมาเป็น "สุดยอดนวัตกรรมเสื้อกันกระสุน" ได้นั้น มีที่มาที่ไป และมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร…? Let’s Go!!!!!




กำเนิด “เสื้อเกราะพระเจ้าตาก” จากฟิล์ม X-ray … !!!!

เสื้อเกราะพระเจ้าตาก ถูกสร้างคิดค้นขึ้นโดยคณะวิจัย สบ.3 กองวิทยาการ จ.ตาก ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธบดี นำทีมโดย พันตำรวจโทกฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กองวิทยาการ จ.ตาก สืบเนื่องมาจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาทิ ตำรวจ ทหาร ครู อาจารย์ แพทย์ ฯลฯ ในเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งหลายๆ คนเป็นเพื่อนรัก และเพื่อนร่วมงานของ พ.ต.ท.กฤษฎากรฯ

พ.ต.ท.กฤษฎากรฯ จึงได้มีความคิดที่จะผลิตเสื้อกันกระสุนต้นทุนต่ำขึ้น เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีเสื้อกันกระสุนที่ได้มาตรฐานใช้เพื่อความ ปลอดภัยและมีสวัสดิภาพในการปฏิบัติหน้าที่อย่างทั่วถึง


พันตำรวจโทกฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กองวิทยาการ จ.ตาก

 

รู้ได้ไง..ว่าฟิล์ม X-ray เอามาทำเสื้อกันกระสุนได้...?

พ.ต.ท.กฤษฎากรฯ ได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่ทีมงานกำลังทำการศึกษา ค้นคว้าข้อมูล เพื่อหาวัสดุที่มีคุณสมบัติในการป้องกันกระสุนได้นั้น คืนหนึ่งฝันเห็น “พระเจ้าตากสิน” กำลังเคลื่อนทัพหนีพม่า โดยมีทหารกลุ่มหนึ่งได้อาสารั้งท้ายเพื่อสกัดทหารข้าศึก ซึ่งทหารอาสาเหล่านั้นฟันแทงไม่เข้า

พ.ต.ท.กฤษฎากรฯ จึงได้ถามพระองค์ว่า : “ทำไมทหารเหล่านั้นถึงฟันแทงไม่เข้า..?”

พระเจ้าตากตอบว่า : “เพราะพวกเขาเหล่านั้นมียันต์เกราะเพชรป้องกันตัว”

พ.ต.ท.กฤษฎากรฯ จึงได้ถามต่อว่า : “แล้วยันต์นั้นทำมาจากอะไร...?”

พระเจ้าตากก็ตอบมาว่า : “ใช้เงาคน”...!!!

เมื่อตื่นมา ก็รีบแจ้งทีมงาน ให้ช่วยไขปริศนาจากความฝันครั้งนี้อยู่นาน จนได้ทดลองนำเอา “ฟิล์ม X-ray” ซึ่งใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยการฉายแสงผ่านตัวคน ภาพที่ได้จึงนับว่าเป็น "เงาคน" เช่นกัน มาเคลือบสารเคมี จำนวน 200 แผ่น (หน้า 100, หลัง 100) มาอัดกันจนแน่น และทดสอบด้วยกระสุนจริง ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ทำการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาต่อจนประสบผลสำเร็จ จนเป็นที่มาของชื่อ “เสื้อเกราะพระเจ้าตาก” ในที่สุด

โอ้ว... อย่างนี้ต้องเรียกว่า "ฝันเป็นจริง"

 
เมื่อเอา “เสื้อเกราะพระเจ้าตาก” มาไฝว้กะ “เสื้อเกราะต่างประเทศ”..?

เสื้อเกราะพระเจ้าตาก ถือเป็นนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น ทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (ทำจาก ฟิล์ม X-ray ที่ใช้แล้ว) เรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนานเพราะวัสดุไม่เสื่อมหรือชำรุดง่าย และเรื่องการใช้หลักทฤษฎีที่แตกต่างจากเสื้อกันกระสุนที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างสิ้นเชิง ดังต่อไปนี้
 

กลไกการทำงานของเสื้อกันกระสุนที่นำเข้าจากต่างประเทศ :

มุ่งเน้นการใช้วัสดุที่แข็งแกร่ง...แข็งโป้ก..!! และทนความร้อนสูงปรี๊ด..!! มาปะทะกับหัวกระสุนโดยตรง ทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับมหาศาล จนหัวกระสุนเกิดการ “บี้แบน” ไม่สามารถทะลุผ่านเกราะไปได้ในที่สุด


วัสดุที่แข็งแกร่งขนาดนั้นก็มีราคาแพงหูฉี่..!! อาทิ โลหะ เซรามิค เส้นใย Kevlar ซึ่งป้องกันอาวุธปืนสงครามได้ค่อนข้างดี ทำให้เสื้อกันกระสุนจากต่างประเทศมีราคาสูงถึงตัวละ 30,000 – 40,000 บาท จนถึง 100,000 บาทขึ้นไป และมีน้ำหนักมากถึง 8-10 กิโลกรัม

และมีข้อควรระวัง คือ วัสดุที่แข็งมากๆ จะมีความเปราะ เมื่อถูกแรงกระแทก (เช่น ร่วงลงกระแทกกับพื้นในแนวตั้งฉาก) อาจทำให้เกิดการแตกหักของวัสดุประเภทเซรามิคได้ และหากถูกน้ำเป็นเวลานานก็จะเกิดการผุกร่อน ทำให้ยากต่อการเก็บรักษา และมีอายุการใช้งานเพียง 5 ปี

 

กลไกการทำงานของเสื้อเกราะพระเจ้าตาก : 

ใช้แนวคิดการ “เก็บกระสุน” โดยหลักการดูดซับพลังงาน และกระจายความร้อน ด้วยโครงสร้างที่เหนียว และยืดหยุ่นของแผ่นฟิล์ม X-ray จำนวนมากที่ประกบติดกันอยู่ สลับกับชั้นโพลิเมอร์ชนิดต่างๆ ทำให้เมื่อหัวกระสุนทะลุผ่านแผ่นฟิล์มแต่ละแผ่น ก็จะสูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ จนหมดในที่สุด


แผ่นฟิล์ม X-ray ก็ได้มาจากการบริจาค จากทั้งโรงพยาบาล และประชาชนทั่วไป ทำให้เสื้อเกราะพระเจ้าตากมีต้นทุนการผลิตต่ำ เพียงตัวละ 4,000-6,000 บาท โดยมีน้ำหนักเพียง 4 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานถึง 10 ปี......โอ้วววว สุดยอดนวัตกรรม “เสื้อเก็บกระสุน”

แต่เนื่องจากฟิล์ม X-ray ไม่สามารถทนต่อความร้อนสูงของหัวกระสุนได้ ทำให้เกิดการละลาย นักวิจัยจึงได้ค้นหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพโดยการเคลือบสาร Ethyleneoxide ทำให้ฟิล์มมีความเหนียวยิ่งขึ้น และมีการนำแผ่นโพลิเมอร์ชนิดต่างๆ มาวางสลับกันเป็นชั้นๆ ประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก ตามกลไกดังต่อไปนี้




1. ช่วงชั้นแรกของเกราะ
จะทำหน้าที่ในการรับแรงกระแทกและกระจายแรงรวมทั้งทำลายโครงสร้างหัวกระสุน โดยการนำโพลีเมอร์ที่มีความเหนียว แข็ง วางซ้อนสลับกับฟิล์ม X-ray จำนวนหนึ่ง ในช่วงชั้นนี้ เมื่อลูกกระสุนมากระทบกับเกราะ ลูกกระสุนจะถ่ายเทพลังงานไปยังเกราะ ตามแนวแรงที่กระทบในแต่ละแผ่น โพลิเมอร์ชนิดแข็งจะทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับมายังหัวกระสุน ทำให้หัวกระสุนบานออก ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่สัมผัส ทำให้ความเร็วของหัวกระสุนลดลงไป


2. ช่วงชั้นที่สองของเกราะ
จะทำหน้าที่ในการเหนี่ยวรั้งหัวกระสุนปืนให้หยุดเคลื่อนที่ โดยการนำโพลีเมอร์ ที่มีความเหนียว บาง หยืดหยุ่นสูง วางสลับกับฟิล์ม X-ray จำนวนหนึ่ง ในช่วงชั้นนี้ หัวกระสุนที่มีพื้นที่สัมผัสเพิ่มขึ้น จะกระทบกับแผ่นฟิล์มสลับด้วยโพลีเมอร์ชนิดเหนียวและยืดหยุ่นซึ่งจะช่วยหน่วงให้กระสุนปืนมีความเร็วลดลงจนหยุดในชั้นเกราะนี้


3. ช่วงชั้นที่สามของเกราะ
จะทำหน้าที่ซับความร้อนที่เกิดจากพลังงานจลน์จากการหมุนของลูกปืน และนำทั้งสามส่วนมาเรียงต่อกัน นอกจากนี้ยังใช้โพลิเมอร์ที่สามารถป้องกันการเกิดรอยนูนจากกระสุนอันเป็นสาเหตุของอาการฟกช้ำ(Blunt Trauma) ของผู้สวมใส่ได้


ผลการทดสอบ...สามารถป้องกันกระสุนปืนพกได้ดังนี้

เสื้อเกราะพระเจ้าตากอยู่ในขั้นตอนการวิจัยขั้นต้น ทดสอบการป้องกันกระสุนอยู่ในระดับ 2A ตามมาตรฐานการทดสอบ NIJ Standard 0101.04 (National Institute of Justice) สามารถป้องกันปืนพกได้ทุกชนิด อาทิ

ปืนพก ขนาด จุด 38 สเปเชี่ยล
ปืนพก ขนาด 9 มม.
ปืนพก ขนาด 11 มม.
ปืนพก ขนาด จุด 357 แมกนั่ม , จุด 357 เจาะเกราะ
ปืนพก ขนาด จุด 38 ซุปเปอร์
ปืนพก ขนาด จุด 44 แมกนั่ม
( ส่วนปืนเล็กยาว M16 A1 จะต้องใส่แผ่นอะลูมิเนียมด้านหน้าเกราะกันกระสุน และใส่แผ่นสแตนเลส ด้านหลังเกราะกันกระสุน จึงจะสามารถป้องกันได้)
 

เอ้า...ที่นี้ก็ได้รู้ลึก รู้จริง กันไปอีกเรื่องแล้วนะครับ

ใครที่คิดจะเอาฟิล์ม X-ray มาทำเสื้อกันกระสุนก็คงจะทราบแล้ว ว่าต้องผ่านกรรมวิธี และต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายจึงจะป้องกันกระสุนได้นะครับ แล้วก็อย่าคิดไปลองทำเองเด็ดขาด เดี๋ยวจะเป็นแบบพี่หัวแตงโมได้นะ...!!!

ส่วนเพื่อนๆ ที่เคยได้ยิน "กระแสข่าว" ประเภทข่าวลือ, ข่าวโคมลอย และข้อมูลประเภท "เขาเล่าว่า" ที่ไม่ยังไม่มีข้อพิสูจน์อย่างแน่ชัด ก็อย่าเพิ่งปักใจเชื่อนะครับ บางคนเห็นข่าวแล้วตกใจ รีบกดไลค์ กดแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท หรือสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในสังคมนี่ยิ่งต้องระวังเลยครับ

เพราะถ้าข้อมูลนั้นเป็นเท็จขึ้นมานี่ จะได้โชค 2 ชั้นเลยนะครับ (โชคร้ายนะ...ไม่ใช่โชคดี อิอิอิ) ผิดกฎหมายทั้งหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมฯ (คดีอาญา) เรียกว่าติดคุกกันแบบฟรีๆ อนาคตหมดเพราะแค่จิ้มคีย์บอร์ดมั่วๆ นะครับ

อุต๊ะ..!!! ใช้เวลาอ่านบทความกันมายาวนาน น่าจะประมาณ 10 นาที... เนื้อหายาวเหยียด ได้รับความรู้อย่างเต็มอิ่ม ก็น่าจะได้เวลาพักผ่อนกันแล้ว หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะไม่คิดเอาฟิล์ม X-ray ไป "ไฝว้" กับกระสุนปืนแล้วนะครับ 555 (^_^)

ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามครับ…
ตอนนี้ผู้เขียนก็คงต้องขอตัวไปพักเช่นกันครับ


สำหรับวันนี้…สวัสดีครับ


 
 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile Hot! Hot! Hot! เสื้อเกราะพระเจ้าตาก
ฟิล์มแผ่นเดียวกับหนังสติ๊กพอไหว

#15 By คนพเนจร on 2015-09-11 07:40

สุดยอดค่ะ wink Hot! Hot! Hot!

#14 By BPPBPP8 on 2014-09-14 10:44

Hot! Hot! Hot!

#12 By aumzarrr on 2014-07-30 12:29

อิอิ..... ;)
ชอบคุณมากๆ เอ้ย ขอบคุณมากๆครับ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว

#9 By pong` on 2014-05-16 23:11

ข้อมูลแน่นละ ขอบคุณ<span style="white-space: pre;"> </span>ครับbig smile Hot!

#8 By ราศีกุมภ์ on 2014-04-08 10:55

เป็นความรู้ใหม่เลย
.
ขอบคุณมากค่ะ confused smile

#7 By Espresso : ) on 2014-03-12 09:27

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By มะมน มะม่วง on 2014-03-06 12:45

การ์ตูนน่ารัก

#5 By Sahaphap (27.130.225.219|27.130.225.219) on 2014-03-05 00:51

Hot! Hot! Hot!

สุดยอดดดbig smile
บทความขั้นเทพ Hot! Hot! Hot!  Hot!  Hot!

#3 By dkhoom on 2014-03-04 00:08

Hot! Hot! Hot!

#2 By asirup on 2014-03-01 13:30

ได้ความรู้ดีจังเลยHot! Hot! Hot! Hot!

#1 By ลอยลมเล่น on 2014-02-27 23:02

สาวน้อย รัลลญา View my profile

Recommend